ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)

โรงพยาบาลสัตว์สวนหลวงสัตวแพทย์ (เอสแอลวี)
สุนัขในดวงใจ (Dog is My Life)

ขอเสนอสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)


สุนัขยอดฮิตที่อยู่ในหัวใจแฟนๆ ทั่วโลกในวันนี้คือสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์
ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ จัดเป็นสุนัขพันธุ์ยักษ์ ตัวใหญ่ เท่ ดูหน้าเกรงขาม
สมัยก่อนนิยมเลี้ยงเพื่อใช้เฝ้ายาม ปัจจุบันในหลายประเทศมักนิยมฝึกใช้ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขตำรวจ เคไนน์ (K9)
น้ำหนัก 40-50 กิโลกรัม
โดเต็มวัยเมื่ออายุ 18 เดือน สูงวัยเมื่ออายุ 5 ปี

ร็อตไวเลอร์มีกล้ามเนื้อแข็งแรง จึงต้องการอาหารพวกโปรตีนสูงและต้องออกกำลังกายเป็นประจำ
ร็อตไวเลอร์มีโอกาสเป็นโรคข้อสะโพกเคลื่อน โรคหัวใจ สภาวะผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ

          ร็อตไวเลอร์ ทรหดอดทนไม่ย้อท้อ ใจเย็น และมีสมรรถนะสูง ในอดีตชาวโรมันใช้ต้อนวัวข้ามเขาแอลป์เข้าไปยุโรปตอนกลาง

          ร็อตไวเลอร์มีต้นกำเนิดตั้งแต่ในยุคโรมัน ซึ่งมีการทำสงครามเพื่อขยายอาณาจักร จึงต้องมีการใช้สุนัขที่แข็งแรง อดทนมาก เพราะว่าต้องเดินทางไกลข้ามทุ่งข้ามแม่น้ำ ข้ามเขา ต้องผจญกับสัตว์ป่าและคนร้ายที่จะมาปล้นฝูงสัตว์เสบียง

          สุนัขเหล่านี้บางส่วนจะตกค้างอยู่แคว้น Rottweiler (ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองหนึ่งของประเทศเยอรมันตะวันตก) และต่อมาได้ถูกนำไปใช้งานโดยพ่อค้าเนื้อสัตว์ที่ต้อนฝูงวัวควาย ไปขายยังต่างเมืองโดยวิธีการเอากระเป๋าที่เก็บเงินผูกไว้ที่คออันแข็งแรงของสุนัข เพื่อป้องกันโจรที่มาปล้นชิง สุนัขดังกล่าวมานี้ถือเป็นบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ในปัจจุบัน

          สัญชาตญาณอันแรงกล้าในการเฝ้า นิสัยใจเย็นไม่ขี้ตื่น บวกกับความจงรักภักดีอย่างยิ่งของมัน จึงทำให้มันเหมาะอย่างยิ่งกับงานด้านทหารและตำรวจ

          ร็อตไวเลอร์ไปแพร่กระจ่ายได้รับความนิยมในประเทศอังกฤษและสก็อตแลนด์ในช่วงปี 1936 และได้รับการรับรองพันธุ์จาก AMERICAN KENNEL CLUB ในปี 1935 เป็นพันธุ์ที่ 47 โดยระบุจัดอยู่ในประเภท WORKING DOG และ KENNEL CLUB ของอังกฤษก็จัดอยู่ใน WORKING DOG เหมือนกันจะแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็เฉพาะของ FCI ที่กำหนดให้เป็นประเภท GUARD DOG

          สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ได้เริ่มต้นพัฒนาอย่างจริงจังตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1907-1910 ในประเทศเยอรมันจากแนวความคิดที่ต้องการสุนัขใช้งาน (Working Dog) ซึ่งมีการพัฒนาไปพร้อมๆ กับสุนัขพันธุ์เยอรมันเชดเพอดและโดเบอร์แมนจนถึงถึงปี 1920 มีการจัดตั้งสมาพันธุ์ร๊อตไวเลอร์ ขึ้นในประเทศเยอรมันตะวันตก (Allgemeiner Deutsher Rottweiler Klub หรือ ADRK) ซึ่งเป็นสถาบันที่สร้างมาตราฐานอย่างจริงจัง ในการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ของสุนัขร็อตไวเลอร์ที่ถูกต้องและมีคุณภาพ โดยเน้นการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ และการอยู่รวมกับคนในสังคม โดยกำหนดเป็นกฏเกณฑ์การปฏิบัติที่ทั้งผู้เพาะพันธุ์และผู้เป็นเจ้าของสุนัขจะต้องทำตาม เพื่อให้คงลักษณะมาตราฐานสายพันธุ์ของร็อตไวเลอร์เอาไว้อย่างมีคุณภาพ มิใช่เป็นเพียงการพัฒนาที่คงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

          สำหรับเรื่องราวที่ชาวเยอรมันตอนเหนือได้หันมาเพาะอย่างจริงจังในศตวรรษที่ 19 ก็เพราะประทับใจในตำนานที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมนั่นคือ ในคืนวันหนึ่งขณะที่ตำรวจเยอรมันพร้อมสุนัขคู่ใจออกตรวจพื้นที่บนถนน มีกะลาสีเรือ 14 คน กำลังเมาได้ที่อยู่ในร้านเหล้าริมแม่น้ำในเมืองฮัมบูรัก พวกเขาทะเลาะเรื่องผู้หญิง ตำรวจเห็นเหตุการณ์พอดีจึงเข้าไปรักษาความสงบ แต่กะลาสีทั้ง 14 คนกรูเข้ามาทำร้ายตำรวจ ปรากฏว่าเจ้าร็อตไวเลอร์กระโดดเข้าใส่ขี้เมาทั้งหลายจนต้องโกยอ้าวไปตามกัน

          ร็อตไวเลอร์เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบท่องเที่ยว ไม่เหมาะกับคนที่ชอบอยู่แต่ในบ้าน หรือคนที่มีสุขภาพอ่อนแอ ชอบที่อาศัยที่มีบริเวณกว้างใหญ่ มีลานหรือสวนพอให้สุนัขวิ่งเล่นกระโดดวิ่งแข่งได้อย่างอิสระเสรี การดูแลรักษาความสะอาดสำหรับร็อตไวเลอร์ไม่ยุ่งยากเหมือนสุนัขขนพันธุ์อื่นๆ และก็ใช้เวลาไม่มากนัก

          ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขชั้นเลิศที่เชื่อฟังคำสั่งง่าย สงบ ใจเย็น และชอบเด็กและหากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธี ก็จะทำให้เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน เฝ้ายามหรือสุนัขจู่โจมได้เป็นอย่างดี ร็อตไวเลอร์เรียนรู้ได้เร็วสามารถใช้งานได้ราวกับหุ่นยนต์ เป็นสุนัขที่ไม่ชอบเห่าไร้สาระ ชอบวิ่งเล่น ร็อตไวเลอร์จะกัดก็ต่อเมื่อเจ้านายของมันได้รับอันตรายจากฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

มาตรฐานพันธุ์ร็อตไวเลอร์

ลักษณะทั่วไป : 
ร็อตไวเลอร์จัดได้ว่าเป็นสุนัขที่มีโครงสร้างใหญ่และแข็งแรง โดยเฉพาะโครงสร้างของกระดูกค่อนข้างใหญ่ กระโหลกศรีษะใหญ่และกว้างรูปร่างบึกบึน หนา กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ลำคอและลำตัวมีลักษณะค่อนข้างกลมทำให้แลดูป้อม ขาทั้งสี่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ ที่มีขนาดไล่เลี่ยกัน ใบหูห้อยปรกลง ลักษณะของใบหูคล้ายรูปสามเหลี่ยม สีของลำตัวมีเพียงสีเดียวคือสีดำสลับน้ำตาลเข้ม

โครงสร้าง : ส่วนสูงที่ถือเป็นเกณฑ์มาตราฐานสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ คือ เพศผู้ความสูงควรอยู่ในช่วงระหว่าง 24-27 นิ้ว ส่วนเพศเมียความสูง ควรอยู่ในช่วงระหว่าง 22-25 นิ้ว แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสัดส่วนความยาวของลำตัวด้วย สุนัขที่มีโครงสร้างสวยงาม ควรมีรูปทรงเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส และดูกระชับลำตัวไม่ยาวจนเกินไปขณะเดียวกันความสูงก็ไม่เกินกว่าความยาวของลำตัวมากนัก เพราะจะทำให้สุนัขแลดูเก้งก้างขาดความแข้งแกร่ง ขาและส่วนหัวต้องมีขนาดเหมาะสมกับลำตัวเวลาเดินหรือวิ่ง ดูแล้วรู้สึกว่าอวัยวะทุกส่วนมีการเคลื่อนไหวมีความยืดหยุ่นและนิ่มนวลแลดูทมัดทะแมง สุนัขที่สูงเกินไปหรือเตี้ยเกินไปจะทำให้แลดูขาดความสง่างาม

หัว : มีขนาดปานกลาง กะโหลกศีรษะกว้างและโค้งได้รูป ฐานหูทั้งสองอยู่ห่างกัน ส่วนหลังของกะโหลกศรีษะโหนกยื่นออกมาเล็กน้อย สันจมูกต้องไม่ยาวนัก ความยาวของจมูกต้องไม่ยาวเกินกว่าความยาวของกะโหลกส่วนหน้าและส่วนท้าย

จมูก : จมูกชื้นเล็กน้อยไม่แห้ง หรือแฉะจนเกินไป เส้นจมูกควรเรียบแต่ไม่จำเป็นต้องเส้นตรงทีเดียวเหมือนกับสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมน อาจย่นได้เล็กน้อย แต่ต้องไม่ย่นถึงขนาดสุนัขพันธุ์บ็อกเซอร์ จมูกต้องมีสีดำสนิทเหนียงจมูกไม่ควรยื่นออกมามากจนเกินไป รูปทรงของจมูกโค้งมนเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกลับกลม

ปาก : ริมฝีปากต้องมีสีดำสนิท หากมีสีชมพูแซมถือว่าใช้ไม่ได้ เวลปิดปากต้องปิดได้สนิทชนิดมองไม่เห็นฝันสีขาวสะอาดโผล่แลบออกมา

ฟัน : อยู่ครบ 42 ซี่ ฟันบน 20 ซี่ ฟันล่าง 22 ซี่ ฟันต้องขาวสะอาดแข็งแรง ฟันเวลาขบกันมีลักษณะคล้ายกรรไกร คือ ขบกันได้สนิท โดยฟันหน้าชุดบนอยู่ด้านนอกและชุดล่างอยู่ด้านใน สุนัขที่มีฟันขบกันไม่สนิทถือว่าใช้ไม่ได้ หรือสุนัขที่มีฟันล่างเกยอยู่ด้านนอกแทนที่จะเป็น ฟันชุดบนถือว่าใช่ไม่ได้อีกเช่น

ตา : มีขนาดปานกลาง ตาไม่ยื่นเป็นโปนออกมา รูปทรงของดวงตาควรมีลักษณะคล้ายผลอัลมอนด์ เวลาหลับตาหนังตาต้องปิดดวงตาไว้มิดชิดตาควรมีสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม ตายิ่งดำยิ่งดี สุนัขที่มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหรือสีฟ้า (สุนัขตาบอด) ถือว่าใช้ไม่ได้ หรือสุนัขที่มีตาทั้งสองข้างไม่เท่ากันก็ใช้ไม่ได้อีกเช่นกัน

หู : หูต้องปรกและแนบติดกลับตัว ใบหูของร็อตไวเลอร์จะต้องมีขนาดเล็ก รูปทรงเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ฐานหูทั้งสองข้างจะต้องตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และอยู่ในระดับสูงเสมอกัน ปลายหูทั้งสองข้างจะต้องห้อยปรกลงมาที่ระดับต้นคอ

คอ : ลำคอมีลักษณะกว้างใหญ่และดูค่อนข้างกลม แข็งแรง กลมกลืนกับลำตัว

ลำตัว : ค่อนข้างกลม บริเวณท้องน้อยคอดเพียงเล็กน้อยแนวแผ่นหลังเป้นเส้นตรง เวลาเดินหรือวิ่งเส้นหลังต้องได้แนวระดับเสมอกัน ลำตัวมีความยืนหยุ่นแต่แข็งแรง และเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สุนัขที่มองเห็นซี่โครงถือว่าใช้ไม่ได้

อก : อกกว้างลึก ความลึกของอกไม่ควรต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของความสูงทั้งหมด โดยวัดจากพื้นถึงหัวไหล่ อกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เวลามองจากด้านล่างอกควรยื่นออกมาเล็กน้อยและอกควรโค้งได้

ตะโพก : โค้งมนได้รูปไม่ยาวหรือลาดจนเกินไป ตะโพกต้องไม่มีรอยกระดูกยื่นโปนขึ้นมา

หาง : ฐานหางตั้งอยู่ระดับเดียวกับตะโพก หางควรสั้นเสมอระดับตะโพก

ขา : กระดูกขาค่อนข้างใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เวลายืนขาต้องไม่ถ่างออกจากกัน ท่อนขาทำมุมตั้งฉากกับพื้นและขาหน้าทั้งสองต้องขนานกัน ส่วนขาหลังจะต้องยาวกว่าขาหน้า เวลายืนขาจะย่อยื่นไปข้างหลังเล็กน้อยลักษณะคล้ายสุนัขยืนย่อเข่า เวลามองจากด้านหลังขาทั้งคู่จะต้องขนานกัน สุนัขที่มีข้อศอกขาหลังอยู่ชิดกันถือว่าใช้ไม่ได้ และอาจสันนิฐานได้ว่าสุนัขเป็นโรคฮิป เวลาเดินหรือวิ่งขาต้องไม่ปัด

อุ้งเท้า : อุ้งเท้าควรมีลักษณะกลมเวลายืนนิ้วเท้าต้องไม่กางแผ่ออก เล็บเท้าและอุ้งเท้ามีสีดำ

ขน : ลักษณะขนค่อนข้างสั้นและเส้นขนหยาบ ขนแนบชิดกับลำตัว ขนต้องขึ้นดก ขนของร็อตไวเลอร์มี 2 ชั้น ขนด้านในสั้นและต้องไม่ยาวโผล่ออกมาด้านนอก ขนบริเวณแผ่นหลังและขาด้านหลังรวมทั้งบั้นท้ายโดยมากจะยาวกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย สำหรับลักษณะขนของร็อตไวเลอร์มีอยู่ 2 ชนิด คือ พันธุ์ขนยาวและขนสั้นตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังนั้นปัญหาเรื่องขนจึงไม่ค่อยมีมากนัก ยกเว้นกรณีที่สุนัขมีขนยาวหรือสั้นจนดูผิดปกติก็ถือว่าใช้ไม่ได้ และขนที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นหรือเป็นลอนมากๆ ก็ถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ดีเช่นกัน ขนที่ดีต้องมีลักษณะเป็นมันแวว

สี : ร็อตไวเลอร์จะต้องมีลำตัวเป็นสีดำสนิท และมีมาร์คกิ้งในตำแหน่งที่ถูกต้องตรงตามสายพันธุ์ สุนัขที่มีขนสีขาวขึ้นแซมไม่ว่าในส่วนไหนของร่างกายก็ถือว่าใช้ไม่ได้ สำหรับพื้นที่สีน้ำตาลของมาร์คกิ้ง เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของสีทั้งหมดบนลำตัว สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ที่มีสีนอกเหนือจากนี้ถือว่าใช้ไม่ได้

การเดินการวิ่ง
จะต้องสง่าผ่าเผย มีความยืดหยุ่นในตัว การย่างก้าวต้องดูมั่นคง ขาต้องไม่เกหรือปัด สุนัขที่ดีเวลาวิ่งขาทั้งสี่ต้องประสานกันอย่างเหมาะสม โดยขาคู่หน้าจะต้องยกขึ้นพร้อมๆ กันกับขณะที่ขาคู่หลังยังแตะพื้นทั้งสองข้าง ขณะเดียวกันขาคู่หลังก็จะยกพ้นพื้น พร้อมๆ กัน ซึ่งขาทั้งสี่จะมาแตะพื้นพร้อมกันที่แนวกึ่งกลางของลำตัว

ดัดแปลงคัดลอกข้อมูลบางส่วนมาจาก :
http://www.geocities.com/morethan_dogs/
https://guru.sanook.com/6163/

[อ่านต่อ…]
สุนัขยอดฮิตซึ่งเป็นที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก
The box office of Dog Bleeds.