ความเป็นมา

โรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์ (เอสแอลวี) เริ่มก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2515 จากคลินิกรักษาสัตว์เล็กๆ ที่เปิดให้บริการในตอนเย็น โดย น.สพ.บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม โดยใช้ชื่อของมารดาของคุณหมอบุญเพ็ง (อาซิ้มซิล้วนฯ) มาตั้งเป็นมงคลแก่ร้าน โดยปรับเป็น "สวนหลวงสัตวแพทย์" โดยมีหลานชายคุณหมอบุญเพ็งที่อายุเพียง 10 ขวบแต่มีใจรักสัตว์ อาสาเป็นผู้ช่วยสัตวแพทย์คนแรกของร้าน เด็กผู้ชายคนนั้น ชื่อ ด.ช.ธานินทร์ สันติวัฒนธรรม นักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ชั้นป.6 ซึ่งต่อมา เด็กผู้ชายคนนั้นก็สอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจบการศึกษาในปี 2528

จากนั้น น.สพ.ธานินทร์ สันติวัฒนธรรม ได้ทำงานในคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์หลายแห่ง และต่อมาก็มาร่วมทำคลินิกกับคุณหมอบุญเพ็ง แบบ Team of Two "อา-หลาน" และเมื่อ ก.ย. 2529 คุณหมอบุญเพ็งก็มอบหมายหน้าที่ให้หมอธานินทร์เข้าบริหารร้านแทนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยทำคลินิกในตอนเย็น ควบคู่ไปกับการรับราชการประจำที่กองสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

จากคลินิกที่ทำการเฉพาะเวลา 18.00-20.30 น. ที่มีสัตว์มารักษาถึงวันละ 30-40 ราย ก็ขยับเวลาเปิดให้บริการเป็นตั้งแต่ 9.00-21.00 น. โดยในช่วง 09.00-18.00 น. รักษาโดยหมอเวรกลางวัน และในตอนเย็นคุณหมอธานินทร์ก็มาทำร้านต่อในช่วง 18.00-21.00 น. (และจนกว่าจะรักษาสัตว์ป่วยหมด) โดยให้บริการทุกวันโดยไม่มีวันหยุดต่อเนื่องมาตั้งแต่เริ่มทำร้าน
ด้วยวิสัยทัศน์ในการธุรกิจสถานพยาบาลสัตว์ของ น.สพ.ธานินทร์ ที่มองเห็นแนวโน้มที่จะเติบโตในอนาคต น.สพ.ธานินทร์จึงได้พัฒนาคลินิกรักษาสัตว์ห้องเดียวไปเป็นโรงพยาบาลสัตว์ ในนามโรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์ (SLV Pet Hospital) ให้บริการแผนกสัตว์ป่วยนอก สัตว์ป่วยใน ผ่าตัด เอกซเรย์ แผนกห้องปฏิบัติการ แผนกเพ็ทช็อป และแผนกตัดขน โดยให้บริการ 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด ในปี 2546 (ปีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประขุมวิชาการสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลกขึ้นเป็นครั้งแรก WSAVA2003)

กิจการของโรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์เจริญรุดหน้าเรื่อยมาจนสถานที่เดิมไม่อาจรองรับปริมาณสัตว์ป่วยที่มารับบริการ ในปี 2553 โรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์จึงย้ายมาสถานที่ตั้งปัจจุบัน บนเนื้อที่กว้างขวางเกือบ 2 ไร่ ขยายห้องตรวจมากขึ้นเป็น 7 ห้อง เพิ่มแผนกฉุกเฉินและสัตว์ป่วยวิกฤต แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูพร้อมสระว่ายน้ำธาราบำบัด และที่จอดรถสะดวกสบายภายในโรงพยาบาลที่รองรับรถได้ 20 คัน โดยในวันเปิดโรงพยาบาล วันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. 2553 คุณหมอธานินทร์ได้ยกเงินค่ารักษาทั้งหมดในวันนั้นทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งเป็น "กองทุนช่วยรักษาสัตว์ป่วยยากไร้ บ้านขมิ้นรินน้ำใจ" และยังทำเป็นประเพณีเช่นนี้ทุกปีเรื่อยมา

ด้วยปรัชญาของโรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์ ที่จะ "พัฒนาการรักษาอย่างไม่หยุดยั้ง" เพื่อ "Better Practice and Better Animal Welfare" คุณหมอธานินทร์จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างโรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์ หรือ SLV ให้เป็นสถานพยาบาลสัตว์ที่สมบูรณ์แบบ ทันสมัย เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเวชศาสตร์สัตว์เลี้ยง ตลอดจนการบริหารโรงพยาบาลสัตว์ครบวงจร รวมถึงการยังประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม เพื่อให้โรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์ ออริจินัล หรือเอสแอลวีเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่มากยิ่งกว่าโรงพยาบาล ดังวลีที่ว่า "Beyond Pet Hospital" ทำให้คุณหมอธานินทร์เข้าร่วมหลักสูตรผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน รุ่น 16 ของสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เมื่อปี 2554 เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาการบริหารงานโรงพยาบาล และแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในเชิงบริหารโรงพยาบาลของคนมาปรับใช้ในการบริหารเอสแอลวี ซึ่งทำให้เกิดกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาโรงพยาบาลสัตว์ สวนหลวงสัตวแพทย์ โดยมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานในการรักษาสัตว์เลี้ยงและสวัสดิภาพสัตว์ให้ดีขึ้น มุ่งให้เกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพการให้บริการทางการสัตวแพทย์ ส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านการรักษาและการให้บริการแก่สัตว์เลี้ยง เพื่อรองรับเปิดตลาด AEC เพราะเชื่อมั่นว่า "คุณภาพโรงพยาบาลสัตว์เอกชนไทยสู้เค้าได้"